วันจันทร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2556

แบบฝึกหัดท้ายหน่วยการเรียน บทที่4
1.ซอฟแวร์ คืออะไร และทำหน้าที่อย่างไร
ตอบ ซอฟต์แวร์ (Software) หมายถึง โปรแกรมหรือชุดคำสั่ง (Instruction) ทีใช้ควบคุมการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ เพื่อให้ทำงานตามคำสั่งของผู้ใช้ โดยทั่วไปโปรแกรมหรือชุดคำสั่ง
2.ซอฟแวร์มีกี่ประเภทอะไรบ้าง
ตอบ 2 ประเภท
ซอฟเเวร์ระบบ    ซอฟเเวร์ประยุกต์
3.ซอฟแวร์ ระบบ คืออะไร
ตอบ
ซอฟต์แวร์ระบบ (system software) หมายถึง ชุดสำสั่งที่ทำหน้าที่ ควบคุมการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ และทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างผู้ใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์  ซอฟต์แวร์ระบบแบ่งออกเป็น
ระบบปฏิบัติการ (Operating System: OS) เป็น ที่หน้าที่ควบคุมการทำงานของอุปกรณ์และวอซอฟต์แวร์ทั้งหมดภายในเครื่องคอมพิวเตอร์

โปรแกรมอรรถประโยชน์ ( utilities program ) เป็นโปรแกรมที่ช่วยเสริมการทำงานของคอมพิวเตอร์หรือช่วยโปรแกรมใช้งานอื่นๆ ให้มีความสามารถใช้งานได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น เช่น โปรแกรมที่ใช้ในการจัดการข้อมูล (File manager) โปรแกรมที่ใช้ในการสำรองและเรียกคืนข้อมูล (backup and restore) โปรแกรมที่ใช้ในการบีบอัดแฟ้มข้อมูล (file compression) และโปรแกรมที่ใช้ในการจัดพื้นที่ของดิสก์                  (disk defragmenter )


4.ซอฟแวร์ ประยุกต์ คืออะไร
ตอบ เป็นโปรเเกรมที่ออกแบบมาเพื่อใช้งานเฉพาะเรื่องตามที่เราต้องการ เช่นงานพิมพ์เอกสาร  งานพิมพ์รายงาน วาดภาพเล่นเกมส์ หรือโปรเเกรมบัญชีรายรับรายจ่าย  เเละเงินเดือน
5.ซอฟแวร์ เฉพาะงานคืออะไร
ตอบเป็นโปรเเกรมที่ทำหน้าที่ช่วยในการทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ในหน้าที่เฉพาะด้านบางอย่าง การตรวจหาและกำจัดไวรัสคอมพิวเตอร์  การจัดเรียงข้อมูลในฮาร์ดิสเป็นต้น

6.ซอฟแวร์มีความสำคัญและจำเป็นต่องานคอมพิวเตอร์อย่างไร
ตอบ โปรแกรมที่ใช้สั่งงานคอมพิวเตอร์จึงเป็นซอฟต์แวร์สำคัญที่ทำให้คอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องทำงานแตกต่างๆกันได้มากมาย   การที่คอมพิวเตอร์สามารถทำงานได้มากมาย   เพราะว่ามีการพัฒนาโปรแกรมหรือซอฟต์แวร์เพื่อสั่งงานคอมพิวเตอร์ตามความถูกต้องของผู้ใช้งาน



7.ซอฟแวร์และภาษาคอมพิวเตอร์เกี่ยวข้องกันอย่างไร
ตอบเราใช้คอมพิวเตอร์ทำงานในการจัดการสารสนเทศเรื่องต่างๆ  ได้อย่างถูกต้องแม่นยำโดยการกำหนดวิธีการหรือขั้นตอนให้คอมพิวเตอร์ทำงานได้ตามความต้องการ  จำเป็นต้องมีสื่อกลางที่ใช้ในการติดต่อซึ่งกันและกันระหว่างมนุษย์กับคอมพิวเตอร์  เราเรียกภาษาสื่อกลางนี้ว่าภาษาคอมพิวเตอร์
8.ระบบปฏิบัติการคืออะไร ทำหน้าที่อะไร
ตอบ เป็นซอฟต์แวร์ที่ควบคุมกิจกรรมทั้งหมดของคอมพิวเตอร์   เพื่อให้มั่นใจว่าอุปกรณ์ที่เป็นฮาร์ดแวร์ทุกส่วนของระบบคอมพิวเตอร์ทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ
หน้าที่ของระบบปฏิบัติการ คือ  อำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ในลักษณะผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องทราบกลไกการทำงานหรือฮาร์ดแวร์ของระบบ
หน้าที่ของระบบปฏิบัติการมี  ดังนี้
-ติดต่อกับผู้ใช้
-ควบคุมการทำงานของโปรแกรม  และอุปกรณ์รับ/แสดงผลข้อมูล
-จัดสรรให้ใช้ทรัพยากรระบบร่วมกัน
แบบฝึกหัดท้ายหน่วยการเรียนที่ 3
1.คอมพิวเตอร์หมายถึงอะไร  และมีปรโยชน์อย่างไร
ตอบ : คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือหรืออุปกรณ์ประเภทอิเล็กทรอนิกส์ที่ทำงานด้วยคำสั่ง  ชุดคำสั่ง หรือ
โปรแกรมต่างๆ  สามารถเชื่อมต่อกันเป็นเครือข่ายได้หลายแบบ  รวมทั้งเครือข่ายอินเตอร์เน็ตด้วยลักษณะเด่นของคอมพิวเตอร์คือมีศักยภาพสูงในการคำนวณประมวลผลข้อมูลทั้งที่เป็นตัวเลข  รูปภาพ
ตัวอักษร  และเสียง  ทำให้คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับงานได้อย่างกว้างขวาง
ประโยชน์ของคอมพิวเตอร์  สามารถแบ่งได้ดังนี้
1.มีความเร็วในการทำงานสูง
2.มีประสิทธิภาพในการทำงานสูง
3.มีความถูกต้องแม่นยำตามโปรแกรมที่สั่งงานและข้อมูลที่ใช้
4.เก็บข้อมูลได้มาก  ไม่ต้องใช้เอกสารและตู้เก็บ
5.สามารถโยนย้ายข้อมูลจากเครื่องหนึ่งไปอีกเครื่องหนึ่งโดยผ่านระบบเครือข่ายได้อย่างรวดเร็ว  ช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้งาน

2.คอมพิวเตอร์มีทีมาอย่างไร
ตอบ  :  เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานในปัจจุบัน  เป็นอุปกรณ์ที่ได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องมาหลายร้อยปี  เริ่มจากการสร้างอุปกรณ์ที่ไม่มีกลไกซับซ้อน  จนกลายเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์มีศักยภาพสูงที่นำมาใช้งานในชีวิตประจำวันในขณะนี้  เพื่อนำมาช่วยงานในการคำนวณประมวลผล  และสามารถนำไปใช้ในการควบคุมการผลิตงานทางด้านอุตสาหกรรมในโรงงานต่างๆ

3.ส่วนประกอบสำคัญของคอมพิวเตอร์ได้แก่อะไรบ้าง
ตอบ  :  ส่วนสำคัญ  5  ส่วนคือ
1.หน่วยรับข้อมูลเข้า
2.หน่วยประมวลผลกลาง
3.หน่วยความจำ
4.หน่วยแสดงผล
5.อุปกรณ์ต่อพ่วงอื่นๆ

4.ระบบคอมพิวเตอร์หมายถึงอะไร  ส่วนประกอบที่สำคัญของระบบคอมพิวเตอร์ได้แก่อะไร
ตอบ :  กรรมวิธีคอมพิวเตอร์ทำการใดๆ  กับข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบที่เป็นประโยชน์ตามความประสงค์ของผู้ใช้งานมากที่สุด
ส่วนประกอบสำคัญ  4 ส่วน  ดังนี้
1.ฮาร์ดแวร์ หรือส่วนเครื่อง
2.ซอฟต์แวร์ หรือส่วนชุดคำสั่ง
3.ข้อมูล
4.บุคลากร

5.ฮาร์ดแวร์ หมายถึงอะไร   ส่วนประกอบที่สำคัญของฮาร์ดแวร์ได้แก่อะไร
ตอบ :  ตัวเครื่องและอุปกรณ์ส่วนต่างๆ ที่เราสามารถสัมผัสและจับต้องได้
จะประกอบด้วยส่วนสำคัญ  4 ส่วน  ดังนี้
1.ส่วนประมวลผล
2.ส่วนความจำ
3.อุปกรณ์รับเข้าและส่งออก
4.อุปกรณ์หน่วยเก็บข้อมูล

6.ส่วนประกอบใดของอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่มีหน้าที่หลักในการควบคุมการทำงานของคอมพิวเตอร์เปรียบเหมือนส่วนสมองของระบบคอมพิวเตอร์
ตอบ :  หน่วยประมวลผลกลาง  หรือเรียกคำย่อว่า  ซีพียู  (CPU)

7.หน่วยคอมพิวเตอร์แบบแรม (RAM)และแบบรอม (ROM) ของหน่วยความจำหลักแตกต่างกันอย่างไร
ตอบ :  หน่วยความจำแรมเป็นหน่วยความจำที่ต้องอาศัยกระแสไฟฟ้าเพื่อรักษาข้อมูล   ข้อมูลหรือแฟ้มข้อมูลจะถูกจัดเก็บไว้ชั่วคราวขณะทำงาน   จะอยู่ได้นานจนกว่าจะปิดเครื่องคอมพิวเตอร์
ส่วนรอมเป็นหน่วยความจำที่ใช้ในการเก็บโปรแกรมหรือข้อมูลพื้นฐานที่เกี่ยวกับเครื่องคอมพิวเตอร์  ข้อมูลที่ถาวรไม่ขึ้นอยู่กับไฟฟ้าที่ป้อนให้กับวงจร

8.จานบันทึกข้อมูล (Hard  Disk)ประกอบด้วยอะไรทำหน้าที่อย่างไร
ตอบ :  ประกอบด้วยแผ่นจานแม่เหล็กตั้งแต่หนึ่งแผ่นจนถึงหลายแผ่น  และเครื่องขับจาน  เป็นส่วนอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์  มีมอเตอร์ทำหน้าที่หมุนแผ่นจานแม่เหล็กด้วยความเร็วสูง  มีหัวแม่เหล็กทำหน้าที่อ่านและเขียนข้อมูลต่างๆ ลงบนผิวของแผ่นดังกล่าวตามคำสั่งของโปรแกรมหรือผู้ปฏิบัติงานต้องการโดยหัวอ่านและเขียนไม่ได้สัมผัสแผ่นโดยตรงแต่เคลื่อนที่ผ่านแผ่นไปเท่านั้น

9.บอกความหมายของคำต่อไปนี้เมกะไบต์ (Megabyte) กิกะไบต์  (Gigabit)  พิกเซล (Pixel)                       จิกะเฮิร์ซ (GHz)
ตอบ  :   เมกะไบต์  คือ  หน่วยวัดปริมาณสารสนเทศหรือความจุของหน่วยเก็บ (storage)ในคอมพิวเตอร์มีค่าเท่ากับหนึ่งล้านไบต์
กิกะไบต์  คือ เป็นหน่วยวัดขนาดในข้อมูลคอมพิวเตอร์  เช่น  ใช้เป็นหน่วยวัดความจุของหน่วยความจำหรือฮาร์ดดิส
พิกเซล  คือ  เป็นหน่วยพื้นฐานของภาพ  คือจุดภาพบนจอแสดงผล หรือจุดภาพที่รวมกันเป็นภาพขึ้น
จิกะเฮิร์ต  คือ  สัญญาณที่มีความเร็ว 1 ล้านรอบใน 1 วินาที และมีแวโน้มที่สามารถพัฒนาให้มีความเร็วมากขึ้นเรื่อยๆ

10.จอภาพ  แป้นพิมพ์   และเมาส์  ทำหน้าที่อย่างไรในเครื่องคอมพิวเตอร์
ตอบ  :  จอภาพ    แสดงข้อมูลผลลัพธ์ที่เกิดจากการประมวลผลจากเครื่องคอมพิวเตอร์   สามารถแสดงผลได้ทั้งตัวหนังสือ   ภาพนิ่ง   และภาพเคลื่อนไหว   เป็นต้น





เเบบฝึกหัดท้ายหน่วบการเรียนรู้บทที่ 2

1.คำว่า  "ระบบ" และวิธีการเชิงระบบ หมายถึงอะไร
ตอบ ระบบ(System) หมายถึง การทำงานขององค์ประกอบย่อยๆ อย่างมีอิสระเเต่มีปฏิสัมพันธ์ซึ่งกันเเละกันจนกลายเป็นโครงสร้างที่สมบูรณ์ของเเต่ละงาน  สามารถตรวจสอบเเละปรับปรุงเเก้ไขได้ทุกขั้นตอนจึงเป็นหัวใจสำคัญของงาน หรือดำเนินงานทุกประเภท

วิธีการเชิงระบบ (System  Approach) วิธีเชิงระบบหรือวิธีระบบคือคำๆเดียวกัน เป็นกระบวนการคิดหรือทำงานอย่างมีเเบบเเผนชัดเจนในการนำเนื้อหาความรู้ด้านต้างๆ ซึ่งอาจเป็นวิธีการหรือผลผลิตมาปรยุกต์ใช้อย่างเป็นขั้นตอน เพื่อให้การดำเนินงานบรรลุวัตถุประสงค์อย่างมีประสิทธิภาพ

2.องค์ประกอบสำคัญของวิธิระบบได้เเก่อะไร

ตอบ 1.ปัจจัยนำเข้า (Input) คือ วัตถุสิ่งของต่างๆ  รวมถึงเหตุการณ์ สถานการณ์  วัตถุประสงค์

       2.กระบวนการ (Process) คือ วิธีการขั้นตอนปฏิบัติงาน  การสร้างสรรค์ การเเก้ปัญหาเกี่ยวกับเนื้อหาเเละปัจจัยนำเข้าให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ หรือความต้องการ

      3.ผลลัพธ์ (Output) คือ ผลงานที่ได้จากกระบวนการจัดการวัตถุดิบหรือปัจัยนำเข้าผลงานที่ได้รับอาจเป็นวิธีการ หรือชิ้นงานก็ได้

3.ระบบสารสนเทศ หมายถึ อะไร

ตอบ ระบบสนเทศ (Infermation Syatem) คือ การประมวลผลข้อมูลข่าวสารอย่างเป็นขั้นตอนเเละเป็นกระบวนการเพื่อให้ข้อมูลในรูปของข่าวสารที่เป็นประโยชน์สูงสุด เเละเป็นข้อสรุปที่นำไปใช้สนับสนุนการบริหาร  เเละการตัดสินใจ  ทั้งระดับปฏิบัติการ  ระดับกลาง เเละระดับสูง

 4.องค์ประกอบหลักของระบบสารสนเทศ ได้เเก่ อะไร
ตอบ มี 2 ส่วน ได้เเก่ ระบบการคิด เเละระบบของเครื่องมือ
1.ระบบการคิด คือ กระบวนการขั้นตอนในการจัดลำดับ จำเเนก  เเจกเเจง  เเละจัดหมวดหมู่ ข้อมูลต่างๆ เพื่อความสะดวกในการจัดเก็บเเละเผยเเพร่
2.ระบบเครื่องมือ คือ วัสดุอุปกรณ์ที่นำมาใช้ในการรวบรวม จัดเก็บ เเละเผยเเพร่สารสนเทศให้ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจุบันคอมพิวเตอร์เเละเครือข่ายอินเตอร์เน็ตเป็นเครื่องมือในการจัดการสารสเทศที่นิยมเเพร่หลาย หน่วยงาน  หรืองานธุรกรรมต่างๆ

5.สารสนเทศด้านจุดมุ่งหมาย  ด้านขั้นตอน และสารสนเทศทั่วไปเเต่ละด้านประกอบไปด้วยอะไร

ตอบ มีจุดมุ่งหมายในการเเก้ปัญหา มี 4 ประการ
  1.ข้อมูลนำเข้า 2.กระบวนการ 3.ผลลัพธ์
6.โดยทั่วไปการจัดระบบสารสนเทศมีขั้นตอนการจัดอย่างไร

ตอบ ขั้นที่1การวิเคราะห์ระบบ
      ขั้นที่2การสังเคราะห์ระบบ
      ขั้นที่3การสร้างแบบจำลอง

7.ระบบสารสนเทศระดับบุคคล ระดับกลุ่ม กับระดับองค์กรเเตกต่างกันอย่างไร

ตอบระบบสารสนเทศระดับบุคคล คือระบบที่เสริมประสิทธิภาพและเพิ่มผลงานให้แต่ละบุคคลในหน้าที่รับผิดชอบ
ระบบสารสนเทศระดับกลุ่ม คือระบบสารสนเทศที่ช่วยเสริมการทำงานของกลุ่มบุคคลที่มีเป้าหมายในการทำงานร่วมกันให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
8.ข้อมูลเเละความรู้  คืออะไร  มีความสำคัญกับสารสนเทศอย่างไร

ตอบข้อมูล คือ ข้อเท็จจริงที่ปรากฏให้เห็นเป็นประจักษ์สามารถรับรู้ได้ด้วยประสาทสัมผัสทั้ง5ทั้งที่สามารถนับได้และนับไม่ได้
ความรู้ คือ สภาวะทางสติปัญญาของมนุษย์ในการตีความสิ่งเร้าทั้งที่อยู่ภายในและภายนอก
9.การประมวลผลข้อมูลให้เป็นสารสนเทศมีขั้นตอนอย่างไร

ตอบ1.ขั้นตอนการประมวลผลข้อมูล
1.1 การรวบรวมข้อมูล
1.2การบำรุงรักษาและประมวลผลข้อมูล
1.3การจัดการข้อมูล
1.4การควบคุมข้อมูล
1.5การสร้างสารสนเทศ
2.วิธีการเก็บข้อมูล
2.1การสำรวจด้วยแบบสอบถาม
2.2การสัมภาษณ์ผู้ที่เกี่ยวข้อง
2.3การนับจำนวนหรือวัดขนาดของตนเอง

10.จงกล่าวถึงเครือข่ายสื่อสารข้อมูลที่มีขนาดพื้นที่เเละจำนวนเครื่องที่ใช้งานเเตกต่างกัน

ตอบมีอยู่2ประเภทด้วยกันคือ
1.สถานีงาน หมายถึง คอมพิวเตอร์ที่ใช้งาน ณ จุดที่จัดไว้ให้ผู้ใช้มาใช้ร่วมกันหรือจัดไว้ให้ผู้ใช้มาใช้ร่วมกัน
2.เครื่องบริการเป็นเครื่องขนาดใหญ่ที่ใช้ร่วมกันหลายคนเป็นเครื่องที่ใช้เก็บฐานข้อมูลหรือโปรแกรมสำเร็จประยุกต์

วันอาทิตย์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2556

เเบบฝึกหัดท้ายหน่วยการเรียนบทที่ 1
1.จงให้ความหมายของคำว่าเทคโนโลยีเเละคำว่าสารสนเทศ
ตอบ เทคโนโลยี(Technology) เป็นการนำเอาแนวความคิด หลักการ เทคนิค ความรู้ ระเบียบวิธี กระบวนการ ตลอดจนผลผลิตทางวิทยาศาสตร์ทั้งในด้านสิ่งประดิษฐ์และวิธีปฏิบัติมาประยุกต์ใช้ในระบบงานเพื่อช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการทำงานให้ดียิ่งขึ้นและเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลของงานให้มีมากยิ่งขึ้น
สารสนเทศ (Information) หมายถึง ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ ความรอบรู้ของแต่ละคนขึ้นอยู่กับการเรียกใช้ข้อมูล ความรู้เกิดจากข้อมูลข่าวสารต่างๆ ข้อมูลมาจากสื่อ เช่น วิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ เครือข่ายคอมพิวเตอร์ หรือแม้แต่การสื่อสารระหว่างบุคคล ดังนั้นถือได้ว่ายุคนี้เป็นยุคสารสนเทศ
2.เทคโนโลยีสารสนเทศเเละการสื่อสารหมายถึงอะไร
ตอบ   เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับข่าวสารข้อมูลและการสื่อสาร นับตั้งแต่การสร้าง การนำมาวิเคราะห์หรือประมวลผล การรับและส่งข้อมูล การจัดเก็บและการนำไปใช้งานใหม่ เทคโนโลยีเหล่านี้มักจะหมายถึงคอมพิวเตอร์ซึ่งประกอบด้วยส่วนอุปกรณ์ (hardware) ส่วนคำสั่ง (software) และส่วนข้อมูล (data) และระบบการสื่อสารต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์ ระบบสื่อสารข้อมูล ดาวเทียมหรือเครื่องมือสื่อสารใด ๆ ทั้งมีสายและไร้สาย
3.เทคโลโนยีสารสนเทศและการสื่อสารเกิดขึ้นได้อย่างไร
ตอบ
  เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสา(Information and Communication Techonlogies-ICT)เกิดจากในปัจจุบันกระโลกยุคโลกาภิวัฒน์แผ่อิทธิพลไปทั่วโลกได้รับข้อมูลข่าวสารสามารถเชื่อมโยงกันได้เเบบเครือข่ายได้ทั่วทุกมุมโลก โดยใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสื่อสาร เช่น ดาวเทียม  โทรศัพท์ เป็นต้น  นำมาผสมผสานกันเพื่อให้เกิดความสะดวกในการสื่อสาร มีความเร็วมากขึ้น  เราจึงเรียกกระบวนนี้ว่า  เทคโนโลยีสารสนเทศเเละการสื่อสาร  (Information and Communication Techonlogies-ICT)
 

4.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมีความเป็นมาหรือพัฒนาการโดยย่ออย่างไร
ตอบเทคโนโลยีสารสนเทศกำลังเข้ามามีบทบาทต่อชีวิตประจำวัน สังเกตได้จากการนำคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลมาใช้ในสำนักงาน  การจัดทำระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่การใช้อุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ประกอบด้วยชิ้นอิเล็กทรอนิกส์  เเสดงว่าเทคโนโลยีสารสนเทคคอมพิวเตอร์เพื่อการคำนวนเเละเก็บข้อมูลได้เเพร่ทั่วไปทุกแห่ง เทคโนโลยีสารสนเทศมีบทบาทสำคัญต่อการเเข่งขันด้านธุระกิจเเละการขยายตัวของบริษัท มีผลต่อการให้บริการขององค์การและหน่วยงาน เเละมีผลต่อการประกอบกิจในเเต่ละวัน
     เทคโนโลยีสารสนเทคเเละการสื่อสารเข้ามามีบทบาทอย่างมากในปัจจุบัน  ช่วยให้ความเป็นอยู่ในชีวิตประจำวันเราสะดวกสบายมากขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับยุคก่อน การเดินทางเเละติดต่อสื่อสารทำได้ง่ายขึ้น
 
5.ระบบปัญญาประดิษฐ์ (Artificial  Intelligence:AI) หมายถึงอะไร
ตอบ ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial  Intelligence:AI) หรือ เอไอ(AI) 

ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) หรือ เอไอ (AI) หมายถึงความฉลาดเทียมที่สร้างขึ้นให้กับสิ่งที่ไม่มีชีวิต ปัญญาประดิษฐ์เป็นสาขาหนึ่งในด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ และวิศวกรรมเป็นหลัก แต่ยังรวมถึงศาสตร์ในด้านอื่นๆอย่างจิตวิทยา ปรัชญา หรือชีววิทยา ซึ่งสาขาปัญญาประดิษฐ์เป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับกระบวนการการคิด การกระทำ การให้เหตุผล การปรับตัว หรือการอนุมาน และการทำงานของสมอง แม้ว่าดังเดิมนั้นเป็นสาขาหลักในวิทยาการคอมพิวเตอร์ แต่แนวคิดหลายๆ อย่างในศาสตร์นี้ได้มาจากการปรับปรุงเพิ่มเติมจากศาสตร์อื่นๆ เช่น

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากปัจจุบันวงการปัญญาประดิษฐ์ มีการพัฒนาส่วนใหญ่โดยนักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ อีกทั้งวิชาปัญญาประดิษฐ์ ก็ต้องเรียนที่ภาควิชาคอมพิวเตอร์ของคณะวิทยาศาสตร์หรือคณะวิศวกรรมศาสตร์ เราจึงถือเอาง่าย ๆ ว่า ศาสตร์นี้เป็นสาขาของวิทยาการคอมพิวเตอร์นั่นเอง
      
 1. ควรเป็นความรู้ทั่วไปที่ไม่ระบุลักษณะเฉพาะเรื่องใดเรื่องหนึ่งควรครอบคลุมไปถึงความรู้อื่นๆ ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน มิฉะนั้นเครื่องคอมพิวเตอร์จะต้องมีหน่วยความจำขนาดใหญ่มากเพื่อเก็บความรู้ต่างๆ ไว้ทั้งหมด
      2. ความรู้จะต้องเข้าใจง่าย สามารถเพิ่มเติมความรู้ได้ และสามารถแก้ไขปรับปรุงได้
      3. ความรู้จะต้องอยู่ในรูปแบบที่สามารถนำไปใช้ในการแก้ปัญหาได้

ดังนั้น จึงต้องมีการใส่ความรู้ให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ในรูปของการแทนความรู้ซึ่งมีลักษณะถ่ายเทคุณสมบัติได้ มีการตอบสนองได้รวดเร็ว สามารถตัดรายละเอียดออกไปได้เมื่อไม่ได้ใช้งาน และสามารถดึงออกมาใช้ได้เมื่อต้องการใช้




6.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมีความสำคัญหรือมีประโยชน์อย่างไร
ตอบความก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์เเละเทคโนโลยี ทำให้มีการพัฒนาคิดค้นสิ่งอำนวยความสะดวกสบายต่อการดำรงชีวิตเป็นอันมาก เทคโนโลยีได้เข้ามาเสริมปัจจัยพื้นฐานการดำรงชีวิตได้เป็นโลยีเป็นอย่างดี เทคโนโลยีทำให้สร้างที่พักอาศัยมีคุณภาพมาตรฐานสามารถผลิตสินค้าเเละให้บริการต่างๆเพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์มากขึ้น เทคโนโลยีทำให้ระบบการผลิตสามรถผลิตสินค้าได้เป็นจำนวนมาก มีราคาถูกลง สินค้าได้มีคุณภาพ เทคโนโลยีสารสนเทศซึ่งให้บริการด้านข้อมูล ข่าวสารด้วยกลไกอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้มีการติดต่อสื่อสารได้สะดวย รวดเร็วตลอดเวลา จะเห็นว่าชีวิตประจำวันเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีเป็นอันมาก ซึ่งส่วนใหญ่ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ทำงาน
7.สารสนเทศที่ดีและมีประโยชน์ควรมีลักษณะอย่างไร

ตอบด้านเนื้อหา

-ความสมบูรณ์ครอบคลุม

- ความสัมพันธ์กับเรื่อง

- ความถูกต้อง

 -ความเชื่อถือได้

 -การตรวจสอบได้

ด้านรูปแบบ

- ชัดเจน

- ระดับรายละเอียด

- รูปแบบการนำเสนอ

- สื่อการนำเสนอ

- ความยืดหยุ่น

ด้านประสิทธิภาพ

- ประหยัด

- เวลา

- ความเร็วและทันต่อเหตุการณ์

- การปรับปรุงให้ทันสมัย

- มีระยะเวลา

ด้านกระบวนการ

- ความสามารถในการเข้าถึง

- การมีส่วนร่วม

- มีระยะเวลา

8.จงยกตัวอย่างเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่ใช้ในชีวิตประจำวัน
ตอบใน สังคมปัจจุบันไม่ว่าใครจะอยู่ที่ใด แม้ในเมืองหรือชนบทก็ตาม  ย่อมมีการติดต่อสื่อสารกับบุคคลหรือสังคมอื่นอยู่เสมอไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง  เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ความคิดเห็นหรือการรับรู้ข้อมูลข่าวสารในชีวิตประจำ วันด้วยสื่อต่าง ๆ เช่น หนังสือพิมพ์ วิทยุกระจายเสียง   วิทยุโทรทัศน์ โทรศัพท์ โทรสาร ล้วนเป็นการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศทั้งสิ้น  นอกจากนี้ยังใช้เทคโนโลยีเครื่องมือหรือกลไกเพื่ออำนวยความสะดวก เช่น การถอนเงินจากเครื่องจ่ายเงินอัตโนมัติ (ATM : Automatic Teller/Technology Machine) การสแกนลายนิ้วมือการเข้าปฏิบัติงานในสำนักงาน การจ่ายค่าโดยสารรถไฟฟ้าผ่านบัตรแถบแม่เหล็ก เป็นต้น    
9.จงอธิบายกระเเสโลกาภิวัฒน์ชองเทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อสารในปัจจุบัน
ตอบ  กระแสโลกาภิวัตน์ของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในปัจจุบันช่วยให้ความ เป็นอยู่ในชีวิตประจำวันของเราสะดวกสบายมากขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับยุคก่อน  การเดินทางและติดต่อสื่อสารระหว่างกันสามารถทำได้ง่ายขึ้น  มีการนำเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้งานในทุกสาขาอาชีพ  เช่น       การสื่อสาร  การธนาคาร   การบิน  วิศวกรรม  สถาปัตยกรรม  การแพทย์ การศึกษาหรือการเรียนการสอน ซึ่งส่งผลให้วิทยาการต่าง ๆ เจริญก้าวหน้าและทันสมัยอย่างรวดเร็ว  การติดตามข่าวสารที่เกิดขึ้นในส่วนต่าง ๆ ของโลกได้ทันเหตุการณ์  สามารถรับรู้ข่าวสารข้อมูลในเวลาเดียวกันได้ทั้งที่อยู่ห่างไกลกันคนละสถาน ที่  เช่น  การถ่ายทอดสด  การเสนอข่าวเหตุการณ์สำคัญ รายการแข่งขันกีฬา  การถ่ายทอดสัญญาณผ่านระบบดาวเทียมจากประเทศต่าง ๆ การใช้เครื่องคอมพิวเตอร์พิมพ์รายงาน  สร้างภาพกราฟิก  เก็บข้อมูล  สืบค้นข้อมูล  ฟังเพลง  รวมถึงการประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอน  จึงนับได้ว่าคอมพิวเตอร์เป็นองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญต่อการดำรงชีวิต การศึกษาและการเรียนรู้เรื่องเทคโนโลยีสารสนเทศจะช่วยให้สามารถใช้งาน คอมพิวเตอร์ให้เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาในทุก ๆ ด้าน  ช่วยส่งเสริมทักษะและสร้างความสนุกสนานเพลิดเพลินไปพร้อม ๆ กัน      


10.จงกล่าวถึงบทบาทของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารทั้งในด้านประโยชน์และโทษต่อผู้ใช้ในสังคม
ตอบ
ประโยชน์ของเทคโนโลยีและการสื่อสาร

1. ลดแรงงานคนในการทำงานต่าง ๆ เช่น ควบคุมการผลิต และช่วยในการคำนวณ
2. เพิ่มความสะดวกสบายตั้งแต่ส่วนบุคคล จนถึงการคมนาคมและสื่อสารทั่วโลก
3. เป็นแหล่งความบันเทิง
4. ทำให้เกิดความเท่าเทียมกันในสังคม และ เกิดการกระจายโอกาส
5. ทำให้เกิดสื่อการเรียนการสอนต่างๆมากขึ้น
6. ทำให้เกิดการจัดการทรัพยากรธรรมชาติได้ดียิ่งขึ้น
   โทษของเทคโนโลยีและการสื่อสาร
1.สิ้นเปลืองทรัพยากร เช่น น้ำมัน แก็ส และถ่านหิน จนกระทั้งน้ำ
 2.ทำให้เกิดปัญหาการว่างงาน เพราะใช้แรงงานเครื่องจักรแทนแรงงานคน
 3.เปลี่ยนสังคมชาวบ้าน ให้กลายเป็นวัตถุนิยม
 
 
 
 

วันอาทิตย์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2556




แถบวีดีโอ (Video Bar) สามารถ สร้าง List Video ง่ายๆ ในบล๊อกของเราได้ สามารถทำประโยชน์ให้แก่ผู้ที่ชื่นชอบดูวีดีโอซึ่งจะแสดงผลเรียงกันลงมา มีการตั้งค่าที่ง่ายมากๆ เรามาดูวิธีการตั้งค่ากันเลยครับ

การตั้งค่า Gadget แถบวีดีโอ (Video Bar)

  1. ชื่อหัวข้อ
  2. เลือกการดึงวีดีโอ ว่าจะดึงจากวีดีโอที่มีผู้เข้าชมมากที่สุด และอื่นๆ
  3. สามารถระบุห้องของ Video ได้
  4. ใส่ Keyword ที่จะให้วีดีโอแสดงว่าเกี่ยวกับอะไร
  5. แสดงตัวอย่าง
เสร็จแล้วกดบันทึกจะแสดงวีดีโอในบล๊อกของเราดังรูปครับ
Retrieved from   
             http://itoeblog.blogspot.com

วันอังคารที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

Assignment 3

ให้นักศึกษาเขียนระบบการสอนวิชาใดก็ได้มา 1 วิชา  ในสาขาสังคมศึกษา 1 ระบบตามหลัก  I  P  O  ในแต่ละองค์ประกอบ  ให้นักศึกษาอธิบายรายละเอียดแต่ละองค์ประกอบนั้นมาด้วย



วิชา ภูมิศาสตร์



ระบบการเรียนการสอน
ระบบการเรียนการสอน ก็คือ การจัดองค์ประกอบของการเรียนการสอนให้มีความสัมพันธ์กัน
เพื่อสะดวกต่อการนำไปสู่จุดหมายปลายทางของการเรียนการสอนที่ได้กำหนดไว้

องค์ประกอบของระบบการเรียนการสอน 
ระบบการเรียนการสอนประกอบด้วยส่วนย่อยๆ ต่าง ๆ ซึ่งมีความเกี่ยวพันกันและกัน ส่วนที่สำคัญคือ
กระบวนการเรียนการสอน ผู้สอนและผู้เรียน 

1. องค์ประกอบของการสอนจะประกอบด้วย ผู้สอน ผู้เรียน สื่อ การเรียนการสอน
   วิธีสอนซึ่งทำงานประสานสัมพันธ์กัน อันจะเป็นพาหะหรือแนวทางผสมกลมกลืนกับเนื้อหาวิชา
2. กิจกรรมการเรียนการสอน จะต้องมีสื่อการเรียนการสอนและแหล่งที่มาของสื่อการเรียนการสอนเหล่านั้น
3. ผู้สอนต้องหาแนวทาง แนะนำช่วยเหลือผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้ที่ดีที่สุด
4. การเสริมกำลังใจ การจูงใจแก่ผู้เรียน นับว่ามีอิทธิพลต่อการที่จะเสริมสร้างความสนใจ
   ให้การเรียนการสอนมีคุณภาพ
5. การประเมินผล ผลที่ออกมาอย่างมีประสิทธิภาพโดยการประเมินทั้งระบบ
   เพื่อดูว่าผลที่ได้นั้นเป็นอย่างไร


ตัวป้อน Input  หรือ ปัจจัยนำเข้าระบบ 
คือ ส่วนประกอบต่างๆ ที่นำเข้าสู่ระบบได้แก่ ผู้สอน ผู้สอน ผู้เรียน หลักสูตร สิ่งอำนวยความสะดวก
ผู้สอน หรือครู 
เป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะทำให้การเรียนการสอนบรรลุผลตามวัตถุประสงค์
ซึ่งขึ้นอยู่กับคุณลักษณะหลายประการได้แก่คุณลักษณะด้านพุทธิพิสัย เช่น ความรู้ ความสามารถ
ความรู้จำแนกเป็นความรู้ในเนื้อหาสาระที่สอน ความรู้ในเทคนิคการสอนต่าง ความตั้งใจในการสอน ฯลฯ
ผู้เรียน
ผู้เรียนเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดในระบบการเรียนการสอน
ซึ่งจะบรรลุผลสำเร็จได้ย่อมขึ้นอยู่กับคุณลักษณะของผู้เรียนหลายประการ เช่น
ความถนัด ความรู้พื้นฐานเดิม ความพร้อมความสนใจและความพากเพียรในการเรียน
ทักษะในการเรียนรู้ ฯลฯ




หลักสูตร
หลักสูตรเป็นองค์ประกอบหลักทีจะทำให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้
หลักสูตรประกอบด้วยองค์ประกอบพื้นฐาน 4 ประการคือ

- วัตถุประสงค์การเรียนรู้
- เนื้อหาสาระที่เรียน
- กิจกรรมการเรียนการสอน (รวมวิธีสอนและสื่อการเรียนการสอน) และ
- การประเมินผล



กระบวนการ ( Process ) 
ในระบบการเรียนการสอนก็คือ การดำเนินการสอนซึ่งเป็นการนำเอาตัวป้อน
เป็นวัตถุดิบในระบบมาดำเนินการเพื่อให้เกิดผลผลิตตามที่ต้องการ ในการดำเนินการสอน
อาจมีกิจกรรมต่างๆ หลายกิจกรรม ได้แก่ การตรวจสอบและเสริมพื้นฐาน
การสร้างความพร้อมในการเรียน การใช้เทคนิคการสอนต่าง ๆและอาจใช้กิจกรรมเสริม
การตรวจสอบและเสริมพื้นฐาน เป็นกิจกรรมที่ทำให้ผู้สอนรู้จักผู้เรียนและได้ข้อสนเทศที่นำมาใช้
ช่วยเหลือผู้เรียนที่ยังขาดพื้นฐานที่จำเป็นก่อนเรียน
ให้ได้มีพื้นฐานที่พร้อมที่จะเรียนโดยไม่มีปัญหาใด ๆ

    การใช้เทคนิคการสอนต่างๆ ควรทำการสอนโดยใช้เทคนิค วิธีการ และกิจกรรมต่าง ๆ หลาย ๆวิธี
การใช้กิจกรรมเสริม วิธีสอนแต่ละวิธีหรือรูปแบบการสอนแต่ละรูปแบบจะมีกิจกรรมแตกต่างกันไป
ผู้สอนควรพิจารณากิจกรรมต่าง ๆ ที่จะเสริมกับวิธีสอน เช่น การให้ทำแบบฝึกหัด
การให้การเสริมแรง การใช้คำถามชนิดต่าง ๆ การทบทวนสรุป เป็นต้น


ผลผลิต ( Output ) 
ผลผลิต คือ ผลที่เกิดขึ้นในระบบซึ่งเป็นเป้าหมายปลายทางของระบบ
สำหรับระบบการเรียนการสอนผลผลิตที่ต้องการก็คือ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้เรียน
ไปในทางที่พึงประสงค์ เป็นการพัฒนาที่ดีในด้าน
-พุทธิพิสัย ( Cognitive )
-จิตพิสัย ( Affective ) และ
-ทักษะพิสัย ( Psychomotor )

การติดตามผล ประเมินผล และปรับปรุง เพื่อให้การเรียนการสอนบรรลุผลอย่างมีประสิทธิภาพ
ผู้สอนจะต้องพิจารณาองค์ประกอบต่าง ๆทั้งหมดในระบบ โดยพิจารณาผลผลิตว่าได้ผล
เป็นไปดังที่มุ่งหวังไว้หรือไม่มีจุดบกพร่องในส่วนใดที่จะต้องแก้ไข ปรับปรุงบ้าง

 

Input                                            Process                    Output
ครูผู้สอน                                      แบบฝึกหัด                การสอบ
หนังสือเรียน                                การบ้าน                     ผลสอบของผู้เรียน
สื่อ เช่น  ภาพ  แผนวิดีโอ            ผู้เรียน                        เกณฑ์คะเเนน